วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

นายอนันต์สิทธิ์ พอกเพียร แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 5

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 5  1.
โปรแกรมประยุกต์ที่สนับสนุนการทำงานบนระบบปฏิบัติการได้หลายๆตัว ซึ่งทำให้การใช้งานมี
ความหลากหลายมากขึ้น เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์อาจจะมีการติดตั้งระบบปฏิบัติการที่ไม่เหมือนกัน
การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์เพื่อให้ทำงานข้ามแพลตฟอร์มหรือข้ามระบบปฏิบัติการได้ จึงเป็นทางเลือก
ให้กับผู้ใช้ได้ได้ดีพอสมควร
cross-platform application คืออะไร จงอธิบาย2.
มีประโยชน์ในการช่วยให้คอมพิวเตอร์รู้จักกับอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหลายที่เชื่อมต่อเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่ง
จะทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ชนิดนั้นราบรื่นและสามารถทำงานได้อย่างไม่
ติดขัด เมื่อถอด ย้ายหรือติดตั้งอุปกรณ์ต่อพ่วงนั้นเข้ากับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นใหม่อีก ก็สามารถใช้
device driver มีประโยชน์อย่างไรต่อการทำงานกับคอมพิวเตอร์device driver
โปรแกรมเหล่านี้มาพร้อมกับการซื้ออุปกรณ์แล้วในครั้งแรก
นี้ติดตั้งเพื่อให้เครื่องอื่นๆรู้จักและติดต่อสื่อสารได้อีกเช่นกัน ปกติผู้ผลิตจะแนบตัว3.
ใดจึงต้องทำเช่นนั้น
เกิดขึ้นในช่วงขั้นตอนที่เรียกว่า
อุปกรณ์ต่างๆที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องไม่ว่าจะเป็นเมนบอร์ด แรม ซีพียูรวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ เช่น
คีย์บอร์ดหรือเมาส์ โดยจะส่งสัญญาณเป็นเสียงสั้นยาวต่างกัน เมื่อพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น
เสียงสัญญาณที่คอมพิวเตอร์ตอบสนองออกมาสั้นบ้าง ยาวบ้างนั้นเกิดจากกระบวนการในขั้นตอนใด และเหตุPOST หรือ power on self test เพื่อตรวจสอบความพร้อมของ4.
สามารถแบ่งได้เป็น
ประเภทของการบู๊ตเครื่องมีกี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย2 ประเภท ซึ่งอธิบายได้ดังนี้-
โคลบู๊ต (cold boot)เป็นการบู๊ตเครื่องที่อาศัยการทำงานของฮาร์ดแวร์ โดยการกดปุ่มเปิดเครื่อง
กระบวนการทำงานโดยทันที ปุ่มเปิดเครื่องจะทำหน้าที่เหมือนเป็นสวิตช์ปิดเปิดการทำงานโดยรวมของ
คอมพิวเตอร์ทั้งหมดเหมือนกับสวิตช์ของอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป
(power on) แล้วเข้าสู่��
วอร์มบู๊ต (warm boot)เป็นการบู๊ตเครื่องโดยทำให้เกิดกระบวนการบู๊ตใหม่หรือที่เรียกว่า การรีสตารท์เครื่อง
(restart)โดยมากจะนิยมใช้ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ สามารถทำได้
กันคือ
3 วิธีด้วย--
กดปุ่ม Reset บนตัวเครื่อง- สั่งรีสตารท์เครื่องได้จากเมนูบนระบบปฏิบัติการได้เลย5. ส่วนประสานงานแบบ
นั้น จึงเหมาะกับผู้ที่มีความชำนาญในการใช้งานพอสมควร เนื่องจากต้องจดจำรูปแบบคำสั่งได้ดี สำหรับ
ส่วนประสานงานกับผู้ใช้แบบกราฟฟิกหรือ
ให้เกิดความสะดวกและไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ใช้ โดยไม่จำเป็นต้องจำคำสั่งตัวอักษรเหล่านั้น ผู้ใช้เพียงแค่
เลือกรายการคำสั่งภาพที่ปรากฎบนจอ ก็สามารถสั่งการให้ทำงานได้ตามต้องการ
จงบอกถึงความแตกต่างระหว่างส่วนประสานกับผู้ใช้แบบ Command line และแบบGUI มาพอสังเขปcommand line จะสนับสนุนให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลคำสั่งด้วยตัวอักษรเพียงเท่าGUI จะสนับสนุนการทำงานแบบรูปภาพคำสั่งมากยิ่งขึ้น เพื่อ6.
โครงสร้างแบบต้นไม้ คืออะไร เกี่ยวข้องกับโครงสร้างไฟล์ในคอมพิวเตอร์อย่างไรบ้างTreelike structure
นิยมใช้สำหรับการจัดการโครงสร้างไฟล์ในระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะทำโดยแยกออกเป็น
ส่วนๆเรียกว่า โฟลเดอร์ เหมือนเป็นกิ่งก้านและแตกสาขาไปได้อีก
หรือโครงสร้างแบบต้นไม้ เป็นรูปแบบของการจัดเก็บข้อมูลแบบลำดับชั้น7.
ด้วยว่าแต่ละรูปแบบมีความหมายเช่นไร
ประกอบด้วยส่วนย่อย
ไฟล์
ส่วนประกอบย่อยของไฟล์ประกอบด้วยส่วนใดบ้าง จงยกตัวอย่างไฟล์มาอย่างน้อย5 รูปแบบพร้อมทั้งอธิบาย2 ส่วน คือ ชื่อไฟล์ (naming files) และส่วนขยาย(extentions) ยกตัวอย่าง5 รูปแบบได้ดังนี้��
myprofile.docไฟล์ที่ใช้เรียกมีชื่อว่า
นั่นเอง
myprofile นามสกุลหรือส่วนขยายคือ doc ซึ่งเป็นไฟล์ประเภทเอกสารงาน(document)��
report.xls
พบเห็นได้กับการใช้งานในโปรแกรม
report นามสกุลหรือส่วนขยายคือ xls ซึ่งเป็นไฟล์ประเภทตารางคำนวณMicrosoft Excel��
present.ppt
ไฟล์ที่ใช้เรียกมีชื่อว่า
ข้อมูล สร้างจากโปรแกรม
present นามสกุลหรือส่วนขยายคือ ppt เป็นไฟล์ที่ใช้สำหรับงานนำเสนอMicrosoft Powerpoint��
about.htm
ไฟล์ที่ใช้เรียกมีชื่อว่า
about นามสกุลหรือส่วนขยายคือ htm ซึ่งเป็นไฟล์ที่เขียนด้วยภาษา HTMLที่ใช้สำหรับการแสดงผลบนเว็บเพจ
��
message.txt
ไฟล์ที่ใช้เรียกมีชื่อว่า
สร้างจากโปรแกรมประเภท
message นามสกุลหรือส่วนขยายคือ txt ซึ่งเป็นไฟล์ประเภทข้อความ มักeditor ทั่วไป8.
หน่วยความจำเสมือนหรือ
เนื้อที่ส่วนของหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง เช่น ฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุมากกว่า มาเก็บของส่วนงานทั้งหมดไว้
เพื่อเอามาช่วยการทำงานของ
ส่วนๆเรียกว่า
ต้องการเข้าสู่หน่วยความจำ
ในหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง เพื่อให้
ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
หน่วยความจำเสมือนเกี่ยวข้องกับการจัดการหน่วยความจำอย่างไรบ้าง จงอธิบายvirtual memory จะเป็นหน่วยความจำที่ทำงานเหมือนกับ RAM โดยใช้RAMเมื่อต้องประมวลผลงานที่มากขึ้น โดยจะแบ่งงานที่มีอยู่ออกเป็นpage ซึ่งจะมีขนาดที่แน่นอน เมื่อใดที่ต้องการประมวลผล ก็จะเลือกเอาเฉพาะเพจที่RAM จนกว่าข้อมูลใน RAM เต็ม จึงจะจัดการถ่ายเทข้อมูลดังกล่าวกลับไปไว้RAM มีเนื้อที่เหลือว่างและทำงานต่อไปได้ ทำให้หน่วยความจำสามารถ9.
หลักการจะอาศัยพื้นที่ส่วนหนึ่งของฮาร์ดดิสก์ ใช้เก็บข้อมูลที่อ่านเข้ามาไว้ก่อนที่จะส่งไปที่เครื่อง
พิมพ์ เพราะการเก็บข้อมูลไว้ที่ฮาร์ดดิสก์ก่อนจะทำได้เร็วกว่าการเขียนข้อมูลไปที่เครื่องพิมพ์โดยตรง ซึ่ง
ทำให้การทำงานสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะกับการพิมพ์งานพร้อมกันทีเดียวในสำนักงานทั่วไป เพราะ
สามารถจัดคิวเพื่อส่งพิมพ์ผลลัพธ์ได้ตามลำดับก่อนหลัง
spolling ที่เกิดขึ้นในการพิมพ์งาน มีหลักการอย่างไรบ้าง10.
เป็นคุณสมบัติใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในระบบปฏิบัติการบางตัว เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อสื่อ
สารกับอุปกรณ์อื่นได้ง่ายยิ่งขึ้น ผู้ใช้เพียงแค่เชื่อมต่ออุปกรณ์เหล่านั้นเข้ากับคอมพิวเตอร์
สามารถใช้งานได้เลยทันที
ระบบ plug and play คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรต่อการทำงาน(plug) ก็(play)11.
เป็นการทำงานเพื่อให้ประมวลผลเร็วขึ้น โดยใช้ซีพียูที่มากกว่าหนึ่งตัวเข้ามาทำงานร่วมกัน ทำให้
คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้หลายๆคำสั่งงานในเวลาเดียวกัน โดยที่ระบบปฏิบัติการจะทำหน้าที่เป็น
ตัวประสานการทำงานของซีพียูที่มากกว่าหนึ่งตัวนี้ให้ทำงานด้วยกันได้เป็นอย่างดี และถึงแม้ซีพียูตัวใด
ตัวหนึ่งเสีย ก็ยังสามารถทำงานแทนกันได้

นายอนันตืสิทธิ์ พอกเพียร แบบฝึกหัดท้ายบทที่ ๑


แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 1

1.ลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์โดยทั่วไปประกอบด้วยอะไรบ้าง  จงอธิบาย

ตอบ.
เครื่องคอมพิวเตอร์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีจุดเด่น 4 ประการ เพื่อทดแทนข้อจำกัดของมนุษย์ เรียกว่า 4 S special ดังนี้
1. หน่วยเก็บ (Storage)
หมายถึง ความสามารถในการเก็บข้อมูลจำนวนมากและเป็นเวลานาน นับเป็น
จุดเด่นทางโครงสร้างและเป็นหัวใจของการทำงานแบบอัตโนมัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องด้วย
2. ความเร็ว (Speed)
หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลข้อมูล (Processing Speed)
โดยใช้เวลาน้อย เป็นจุดเด่นทางโครงสร้างที่ผู้ใช้ทั่วไปมีส่วนเกี่ยวข้องน้อยที่สุด
เป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญส่วนหนึ่งเช่นกัน
3. ความเป็นอัตโนมัติ (Self Acting)
หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลตามลำดับขั้นตอนได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่องอย่างอัตโนมัติ โดยมนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องเฉพาะในขั้นตอนการกำหนดโปรแกรมคำสั่งและข้อมูลก่อนการประมวลผลเท่านั้น
4. ความน่าเชื่อถือ (Sure)
หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ความน่าเชื่อถือนับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ความสามารถนี้เกี่ยวข้องกับโปรแกรมคำสั่งและข้อมูลที่มนุษย์กำหนดให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง กล่าวคือ หากมนุษย์ป้อนข้อมูลที่ไม่ถูกต้องให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้องด้วยเช่นกัน

2.เครื่อง suan-pan เกี่ยวกับประวัติของประวัติของคอมพิวเตอรื  อย่างไร  จงอธิบาย

ตอบ
Suan-pan เป็นอุปกรณ์ประเภทลูกคิดที่เอามาใช้สำหรับคำนวณของชาวจีนในสมัยก่อน เพื่อช่วย
ให้สามารถคิดหาผลลัพธ์ได้เร็วมากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นต้น
แบบให้เกิดการประดิษฐ์เครื่องคำนวณอื่นๆตามมาอย่างมากมาย จนกลายมาเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรา
พบเห็นกันในปัจจุบัน


3.แท่งคำนวณของเนเปียร์ สร้างขึ้นมาโดยใตร และมีหลัการทำงานอย่างไร

ตอบ.สร้างขึ้นโดยนักคณิตศาสตร์ชาวสก๊อตชื่อว่า จอห์น เนเปียร์ มีลักษณะเป็นแท่งไม้ตีเป็นเส้นตาราง
เพื่อเอาไว้ใช้สำหรับคำนวณหาผลลัพธ์ โดยแต่ละแท่งจะมีตัวเลขเขียนกำกับไว้ เมื่อต้องการคูณตัวเลข
ใดๆก็จะเอาแท่งไม้เหล่านั้นมาวางเรียงต่อกันเพื่อเทียบกับแท่งดรรชนี (index) เพื่อหาผลลัพธ์ต่อไป

4. ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น “บิดาของคอมพิวเตอร์” คือใคร และเหตุใดจึงได้รับการยกย่องเช่นนั้น
ตอบ.ชาร์ลส แบบเบจ คือผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาของคอมพิวเตอร์” เนื่องจากเขาเป็นผู้ที่นำ
เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างเครื่องจักรกลให้สามารถทำงานตามคำสั่งได้โดยที่ไม่ต้องมานั่งคำนวณหา
ผลลัพธ์ครั้งใหม่อีก เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดการผิดพลาดอีกได้ โดยเครื่องมือที่เขาเสนอให้
สร้างนั้นมีอยู่ 2 เครื่องด้วยกันคือ เครื่อง Difference Engine หรือเครื่องคำนวณเพื่อหาผลต่าง ซึ่งได้มี
การนำไปสร้างแต่ก็ยังไม่ถือว่าเสร็จโดยสมบูรณ์ และอีกเครื่องหนึ่งมีชื่อว่า Analytical Engine ซึ่งมีส่วน
ของการทำงานคล้ายกับเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันมากที่สุด โดยแบ่งการทำงานออกเป็นหลายๆ
ส่วน เช่น ส่วนนำเข้า ส่วนคำนวณ ส่วนควบคุม และส่วนเก็บหน่วยความจำ เป็นต้น แนวคิดดังกล่าวเป็น
เสมือนกับการสร้างต้นแบบของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่พบเห็นในปัจจุบันนั่นเอง เขาจึงได้รับการยกว่าเป็น
“บิดาของคอมพิวเตอร์” นั่นเอง

5.เครื่องคอมพิวเตอร์แบบดิจิตอลเครื่องแรกของโลก คือเครื่องใด และจงอธิบายว่าสร้างขึ้นมาด้วยเหตุผลใด
ตอบ.ENIAC ถือว่าเป็น “เครื่องคอมพิวเตอร์แบบดิจิตอลเครื่องแรกของโลก” สร้างขึ้นเพื่อนำมาใช้ใน
การช่วยคำนวณวิถีของกระสุนปืนใหญ่ของกองทัพสหรัฐอเมริกาในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง เพราะในยุค
นั้นยังหาเครื่องที่ทำงานคำนวณเร็วๆไม่ได้ เครื่องที่พบเห็นอยู่ในยุคนั้นบางเครื่องกว่าจะได้ผลลัพธ์จาก
การคำนวณต้องใช้เวลานานมากถึง 12 ชั่วโมง ทำให้ไม่สามารถเอามาใช้กับการวางแผนเพื่อทำสงคราม
ได้ ทางกองทัพจึงได้ตัดสินใจให้นักวิชาการสองท่านคือ จอห์น ดับบลิว มอชลี่และจอห์น เพรสเปอร์ เอ็ค
เคิร์ทแห่งวิทยาลัยวิศวกรรมไฟฟ้ามัวร์ ออกแบบสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวขึ้น

6. John Von Neumann มีบทบาทอย่างไรเกี่ยวกับประวัติของคอมพิวเตอร์
ตอบ.เขาเป็นผู้เสนอแนวคิดและเผยแพร่ให้มีการพัฒนาเครื่องที่สามารถเก็บข้อมูลและชุดคำสั่งไว้ภาย
ในได้เอง โดยไม่ต้องมาคอยป้อนข้อมูลเข้าไปใหม่ทุกครั้งซึ่งทำให้เสียเวลาในการทำงานอย่างมาก โดยตี
พิมพ์ผลงานเผยแพร่หลักการดังกล่าว มีชื่อว่า “First Draft of a Report on the EDVAC Design” ซึ่งเป็น
แนวทางให้เกิดการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ตามแนวคิดของเขาอย่างเช่น เครื่อง EDSAC และ EDVAC ที่
รู้จักกันดีนั่นเอง

7.เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ใช้ในเชิงธุรกิจ คือเครื่องใด และนำมาใช้กับงานด้านใด
ตอบ.UNIVAC เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่นำเอามาใช้ในเชิงธุรกิจเป็นเครื่องแรก โดยมีทีมงานที่พัฒนา
คือมอชลี่และเอ็คเคิร์ท เพื่อทำนายผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 34ของสหรัฐอเมริกา สามารถ
ทำงานด้วยความเร็วที่สูงกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคก่อนหน้าเป็นอย่างมาก

8.ทรานซิสเตอร์กับแผงวงจรรวม เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ.ทรานซิสเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่นำมาใช้ทดแทนการทำงานของหลอดสูญญากาศ โดยมีขนาดที่เล็ก
กว่ามาก ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ผลิตได้ในยุคนั้นมีขนาดเล็กและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น แต่เนื่องจาก
การทำงานที่ซับซ้อนและต้องการประมวลผลที่เร็วขึ้น การใช้อุปกรณ์ดังกล่าวไม่เพียงพอต่อความต้องการ
จึงได้สร้างอุปกรณ์ทดแทนแบบใหม่เรียกว่า แผงวงจรรวม โดยมีขีดความสามารถที่ดีกว่าเดิม ซึ่งเป็นการ
นำเอาทรานซิสเตอร์จำนวนนับพันตัวมารวมกันเป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียวและมีขนาดที่เล็กลง จึงทำให้ลดต้น
ทุนในการผลิตลงไปได้มาก และยังสามารถคำนวณงานที่ซับซ้อนขึ้นได้เป็นอย่าง

9. E-government คืออะไร จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ.Electronic gomervenment หรือรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นโครงการที่นำ เอาระบบระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศอันทันสมัยมาให้บริการประชาชน เพื่อปรับปรุงและปฏิรูประบบราชการไทยให้มีประ
สิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม ประชาชนทั่วไปสามารถใช้บริการต่างๆของทางภาครัฐบาลได้ง่ายและสะดวก
มากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น บริการเสียภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตสำหรับประชาชนทั่วไปของกรมสรรพากร โดยที่
ไม่ต้องไปเสียเวลาต่อคิวทำรายการยังสำนักงานให้บริการก็สามารถเสียภาษีต่างๆได้เองภายในไม่กี่นาที
หรือบริการเชื่อมฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ที่เชื่อมโยงเข้าถึงกันทั่วประเทศ เพื่อสะดวกในการเปลี่ยนแปลง
และแจ้งรายการข้อมูลงานทะเบียนราษฎร์ทั่วไป
10. สายการบินต้นทุนต่ำ (low cost airline) คืออะไร และมีการลดต้นทุนโดยนำเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยได้อย่างไร
บ้าง จงอธิบายประกอบ
ตอบ.เป็นสายการบินรูปแบบหนึ่งที่เน้นการลดต้นทุนในการจัดการและบริหารงานให้น้อยที่สุดเท่าที่จะ
ทำได้ เพื่อให้สามารถแข่งขันกันในเรื่องของราคาตั๋วโดยสารให้มีราคาที่ถูกลง และทำกำไรด้วยการบินใน
ระยะทางที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยจำนวนคนที่เดินทางมากกว่าเดิม มีการลดต้นทุนโดยนำเอาคอมพิวเตอร์และ
เทคโนโลยีอันทันสมัยมาช่วยในเรื่องของการรับจองการเดินทาง โดยผ่านช่องทางหลายๆช่องทาง เช่น
โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายและทำรายการต่างๆได้โดยตนเอง โดยไม่จำเป็น
ต้องผ่านตัวแทนขายเหมือนในสมัยก่อน ลูกค้าสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลรายการเดินทางต่างๆได้
อย่างง่ายดาย เป็นการช่วยตัดค่านายหน้าที่เคยต้องให้กับตัวแทนทุกครั้งออกไปและยังเป็นการลดงาน
เอกสารให้น้อยลงไปด้วย ซึ่งบางแห่งไม่จำเป็นต้องออกตั๋วเป็นใบๆให้กับลูกค้า เพียงแค่ให้แสดงบัตรใดๆ
ที่มีรูปถ่ายซึ่งทางราชการออกให้ก็สามารถเดินทางได้เลยทันที

11. ลักษณะเด่นของสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนหรือ CAI คืออะไร แตกต่างอย่างไรกับสื่อการสอนในอดีต
ตอบ.Computer Assisted Instruction หรือคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งเป็นศัพท์ที่รู้จักกันดีนั้น เป็นสื่อ
การสอนรูปแบบใหม่ที่นำเอาความสามารถของคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอื่นๆมาสร้างให้อยู่ในรูปแบบ
ของสื่อมัลติมีเดียที่ประกอบด้วยรูปภาพ บทบรรยาย เสียงพูดและเทคนิคการนำเสนอต่างๆให้มีความน่า
สนใจและก่อให้เกิดความอยากเรียน อยากศึกษามากขึ้น โดยอาจมีแบบฝึกหัดให้ผู้เรียนสามารถทบทวน
หรือฝึกฝนไปในตัวได้ การนำเอาความสามารถดังกล่าวของคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้กับการการศึกษา
ทำให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาต่างๆได้ง่าย อีกทั้งหากเรียนแล้วไม่เข้าใจก็สามารถเรียนหรือฝึกทบทวนซ้ำเอง
ได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งสื่อแบบเดิมไม่สามารถทำได้หรือทำได้แต่ไม่สนับสนุนในเรื่องของมัลติมีเดียได้ดีเพียง
พอ

12. รูปแบบของ E-banking สามารถทำได้โดยผ่านช่องทางอะไรบ้าง จงอธิบายพร้อมทั้งยกตัวอย่างมาประกอบ
อย่างน้อย 3 ช่องทาง
ธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ที่พบเห็นในปัจจุบัน สามารถทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงินได้หลายช่อง
ทางมาก ซึ่งขอยกตัวอย่างประกอบ 3 ช่องทางดังนี้
�� ผ่านตู้ ATM
ผู้ใช้บริการสามารถเลือกทำรายการธุรกรรมต่างๆผ่านตู้ ATM ที่มีให้บริการของธนาคารพาณิชย์
ต่างๆได้ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการถอนเงินสด การโอนเงินระหว่างบัญชี รวมถึงการชำระค่า
บริการสาธารณูปโภคต่างๆตามที่ได้ตกลงกัน ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
�� ผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ
ผู้ใช้เพียงกดหมายเลขโทรศัพท์อัตโนมัติที่ธนาคารได้ระบุไว้ในการติดต่อทำธุรกรรม ก็สามาร
เลือกทำรายการทางการเงินต่างๆได้ เช่น สอบถามยอดเงินทางบัญชี การโอนเงิน การชำระค่า
สินค้าและบริการ หรือเลือกรับบริการแจ้งยอด statement ผ่านมายังเครื่องโทรสารปลายทางได้
�� ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
การเข้าไปใช้ระบบ จะมีระบบชื่อผู้ใช้ (user name) และรหัสผ่าน (password) ที่ให้เข้าไปทำธุร
กรรมได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว บริการดังกล่าวครอบคลุมการทำธุรกรรมคล้ายกับระบบอื่น เช่น การ
โอนเงินให้บุคคลที่สาม การสอบถามยอดเงินคงเหลือ ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนหลังและเรียกดูราย
การในปัจจุบันได้ทันที

13. เครื่องคอมพิวเตอร์มือถือ (Handheld Computer) นำไปใช้ประโยชน์ในด้านใด และมีความแตกต่างกับเครื่อง
ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) อย่างไรบ้าง จงอธิบายประกอบ
ตอบ.คอมพิวเตอร์แบบมือถือ เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับนำไปใช้งานกิจ
กรรมส่วนบุคคล เช่น บันทึกการนัดหมาย ปฎิทินส่วนตัว หรือใช้สำหรับติดต่องานทางด้านธุรกิจ เช่น รับ-
ส่งอีเมล์ที่สำคัญเมื่ออยู่นอกสถานที่ทำงาน ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับตลาดหุ้น ข้อมูลข่าวสารสำคัญๆ แบบ
real time เป็นต้น แตกต่างจากไมโครคอมพิวเตอร์ทั่วไป คือ มีขนาดที่เล็กลงและสามารถพกพาได้สะดวก
กว่า และคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์มือถือบางรุ่นอาจมีความสามารถที่เทียบเคียงได้พอกับไมโคร
คอมพิวเตอร์ โปรแกรมที่ใช้ในไมโครคอมพิวเตอร์อาจนำมาใช้กับคอมพิวเตอร์มือถือได้เช่นกัน แต่อาจตัด
ทอนคุณสมบัติบางอย่างลงไปบ้างเล็กน้อย
14.แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC (Tablet personal computer  มีหลักการทำงานอย่างไรบ้าง จงอธิบายมาพอเข้าใจ

ตอบ.แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer หรือ แท็บเล็ต - Tablet
"แท็บ เล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer" หรือเรียกสั้นๆว่า "แท็บเล็ต - Tablet" คือ "เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ในขณะเคลื่อนที่ได้ขนาดกลางและใช้หน้าจอ สัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก มีคีย์บอร์ดเสมือนจริงหรือปากกาดิจิตอลในการใช้งานแทนที่แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด และมีความหมายครอบคลุมถึงโน๊คบุ๊คแบบ convertible ที่มีหน้าจอแบบสัมผัสและมีแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดติดมาด้วยไม่ว่าจะเป็นแบบหมุน หรือแบบสไลด์ก็ตาม"

15. พีดีเอ (PDA – Personal Digital Assistants) ที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีกี่กลุ่มประกอบด้วยอะไำรบ้าง
จงอธิบายประกอบ

.ตอบ. แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
               - Palm
                  เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่เกิดขึ้นมาก่อน มีระบบปฎิการที่เป็นของตัวเองที่เรียกว่า
                  palm os เหมาะสำหรับใช้งานเป็นเครื่องบันทึกช่วยจำ
               - Pocket Pc
                  คล้ายกับเครื่อง palm แต่จะมีระบบปฎิบัติการที่ไม่เหมือนกัน คือ จะใช้ระบบปฎิบัติการที่เป็น
                  ของบริษัทไมโครซอฟท์ สำหรับการใช้วินโดว์บนเครื่อง พีซี จะสามารถใช้งานได้ง่าย


16.ภาษาธรรมชาติ (natural language) คืออะไร สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านใดบ้างตอบ. เป็นระบบที่คอมพิวเตอร์ สามารถเข้าใจภาษาธรรมชาติของมนุษย์ได้เป็นอย่างดีเช่น รับรู้หรือจดจำ
         เสียงมนุษย์ได้ เช่น ระบบที่เรียกว่า speech recognition ซึ่งสามารถแยกแยะเสียงสูงต่ำต่างๆ แล้ว
         เอาไปวิเคราะห์พร้อมทั่งสั่งการได้เองอัตโนมัติเป็นการช่วยเหลือการทำงานของมนุษย์ิ เช่น ป้อน
         ข้อมูลด้วยเสียงแทนการพิมพ์ข้อมูลผ่านคีย์บอร์ดเข้าไปตรงๆ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

นายอนันต์สิทธิ์ พอกเพียร แบบฝึกหัดท้ายบทที่ ๔


แบบฝึกหัดบทที่ 4
1.คีย์บอร์ดแบบเออร์โกโนมิกส์   ช่วยลดปัญหาในการทำงานกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร จงยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ. คีย์บอร์ดลักษณะดังกล่าว ถูกออกแบบมาเพื่อลดปัญหาเกี่ยวกับอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อมือที่
         สัมผัสกับคีย์บอร์ดอยู่ตลอดเวลา โดยมีแป้นรองรับการพิมพ์สัมผัสที่ง่ายและเบา มีแท่นวางมือและ
         ออกแบบให้สัมพันธ์กับสรีระของแขนและมือให้ทำงานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
2. ออปติคอลเมาส์มีหลักการทำงานแตกต่างจากเมาส์แบบทั่วไปอย่างไร
ตอบ. เมส์แบบแสงหรือออปติคอลเมาส์จะทำงานได้โดยไม่ต้องใช้ล้อหมุนเหมือนกับเมาส์แบบทั่วไปแต่จะ
         ใช้แสงส่องไปกระทบพื้นผิวด้านล่าง และมีวงจรภายในทำหน้าที่วิเคราะห์แสงสะท้อนที่เปลี่ยนไป
         เมื่อมีการเลื่อนเมาส์ จากนั้นจะแปลงทิศทางเป็นการชี้ตำแหน่งในที่าุด ซึ่งปัจจุบันมีทั้งแบบต่อสาย
         และแบบไร้สาย
3.OMR คืออะไร จงอธิบายพร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบของลักษณะงานที่นำไปใช้
ตอบ. เครื่องมือที่ใช้สำหรับอ่านหรือตรวจสอบคะแนนจากกระดาษคำตอบชนิดพิเศษ มีชื่อเต็มว่า "Optical
         Mark Reader" มักนำไปใช้กับการตรวจข้อสอบของบุคคลจำนวนมาก เข่น การสอบเอ็นทรานซ์
         การสอบวัดระดับความรู็้ต่าง ๆ โดยจะทำการอ่านเครื่องหมายที่ผู้เข้าสอบได้ทำการระบายไว้ในกระ
         ดาษคำตอบที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ
4.อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ถือว่าเป็น หัวใจหลักของเครื่องพีซีทุกเครื่อง คืออุปกรณ์ใด เหตุใดจึงเรียกเช่นนั้น
ตอบ. เมนบอร์ด คืออุปกรณ์ที่เป็นเสมือนหัวใจหลักของเครื่องพีชี เนื่องจากเป็นแผงควบคุมวงจรการเชื่อม
         ต่ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของคอมพิวเตอร์เกือบทั้งหมด จะขาดไปเสีียไม่ได้ ความ -
         สามารถของเครื่องว่าจะใช้ซีพียูอะไรได้บ้าง มีประสิทธิภาพเพียงใด สามารถรองรับกับอุปกรณ์
         ใหม่ ๆ ได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเมนบอร์ดที่เลือกใช้ทั้งสิ้น
5.หน่วยเก็บข้อมูลสำรองแบ่งได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง จงยกตัวอย่างมาประเภทละ 2 รายการ
ตอบ. สามารถแบ่งออกได้เป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 4 ประเภท ดังนี้
          1. แบบจานแม่เหล็ก
              เป็นอุปกรณ์สำรองข้อมูลที่เป็นลักษณะของจานแม่เหล็กสำหรับบันทึกข้อมูลไว้ภายใน [ disk ]
              ได้รับความนิยมและใช้งานมานานพอสมควร เช่น ฟล็อปปีดีิสก์และฮาร์ดดิสก์
          2. แบบแสง
              เป็นสื่อเก็บข้อมูลสำรองที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน โดยใช้หลักการทำงานของแสง การจัด
              การข้อมูลจะคล้ายกับแผ่นจานแม่เหล็ก ต่างกันที่การแบ่งจะเป็นรูปก้นหอยและเริ่มเก็บบันทึก
              ข้อมูลจากส่วนด้านในออกมาด้านนอก ที่เป็นที่นิยมและรู้จักกันดี เช่น CD , DVD
          3. แบบเทป
              เป็นสื่อเก็บข้อมูลที่สามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมากและเข้าถึงข้อมูลแบบเรียงลำดับต่อเนื่อง
              กันไป มีการผลิตขึ้นมาหลากหลายขนาดแตกต่างกันไป เช่น DAT และ QIC เป็นต้น
          4. แบบอื่น ๆ
              เป็นสื่อเก็บข้อมูลแบบใหม่ที่พบได้ทั่วไปในปัจจุบัน มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น Flash Drive
             Thumb Drive , Handy Drive เป็นต้น อีกชนิดคือ Memory Card เพื่อใช้เก็บข้อมูลในกล้องดิจิ-
              ตอลแบบพกพา  
6.แทรคและเซกเตอร์ในสื่อเก็บข้อมูลจานแม่เหล็กคืออะไร
ตอบ. พื้นที่เก็บข้อมูลบนแผ่นจานแม่เหล็ก โดยที่แทรคจะเป็นลักษณะของพื่นที่แนววงกลมรอบ ๆแผ่น
         จาน จะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของจานแม่เหล็กนั้นด้วย ซึ่งแผ่นแต่ล่ะแผ่นจะมี
         ความหนาแน่นของสารแม่เหล็กแตกต่างกันทำให้ปริมาณความจุจึงแตกต่างกันด้วย ส่วนเซกเตอร์
         นั้น เป็นส่วนของแทรคที่แบ่งย่อยออกมาเป็นส่วน ๆ หากเปรียบเทียบแผ่นจานเเม่เหล็กเป็นคอนโด
         มิเนียมหลังหนึ่ง แล้วเซกเตอร์ก็เปรียบเหมือนกับห้องพักที่แบ่งให้คนอยู่เป็นห้องๆ นั้่นเอง
7.แผ่นดิสก์เก็ตต์แผ่นหนึ่งเก็บข้อมูลได้ 2 ด้าน แต่ละด้านมี 80 แทรค แต่ละแทรคแบ่งได้ 9 เซกเตอร์ และแต่ละเซกเตอร์สามารถเก็บข้อมูลได้มากถึง 512 ไบต์ จงคำนวณหาความจุของแผ่นนี้
ตอบ. ความจุของแผ่นดิสก์เก็ตแผ่นนี้ สามารถคำนวณหาได้ดังนี้
         ความจุของแผ่นดิสก์เก็ต = 2 X 80 X 9 X 512 bytes
                                             = 737,280 bytes
                                             = 720 KiB (737,280/1024)
                                      หรือ = 737.28 KB (737,280/1000)
8. ดิสเก็ตต์และฮาร์ดดิสก์ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ. ดิสเก็ตต์จะมีราคาถูกกว่ามาก แต่จะเก็บได้ไม่มากเท่ากับฮาร์ดดิสก์เพราะมีพื้นที่จานเก็บข้อมูล-
         ขนาดใหญ่กว่า ซึ่งประกอบด้วยจานหลายแผ่น ทำให้จำนวนแทรคและเซกเตอร์จึงมีมากตามไปด้วย
         สำหรับการอ่านข้อมูลนั้น หัวอ่านดิสเก็ตต์จะสัมผัสแผ่นจานทุกครั้งที่อ่าน แต่ฮาร์ดดิสหัวอ่านจะลอย
         อยู่หนือแผ่นจาน ไม่มีการสัมผัสตัวแผ่นจานแต่อย่างใด
9.สื่อเก็บข้อมูลประเภท CD และ DVD มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
ตอบ. สื่อเก็บข้อมูลแบบ CD จะเหมาะกับการเก็บข้อมูลทั่วไป เช่น ข้อมูลไฟล์การทำงาน ข้อมูลโปรแกรม
         เพื่อใช้งาน ส่วนแบบ DVD จะมีคุณสมบัติที่ดีกว่าคือ เก็บข้อมูลได้เยอะมากยิ่งขึ้น จุได้ 17 GB จึง
         เหมาะสมกับการเก็บข้อมูลกับการเก็บข้อมูลงานทางด้่าน มัลติมิเดีย เพื่อให้เกิดความสมจริงของ
         ภาพและเสียงมากที่สุด
10.เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ตและแบบเลเซอร์ แตกต่างกันอย่างไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ. เครื่องพิมแบบอิงค์เจ็ตอาศัยหลักการพิมพ์โดยใช้หมึกพ่นลงไปบนกระดาษ เหมาะกับงานพิมพ์เอกสารที่ต้องการความสวยงาม ส่วนเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ราคาแพงกว่า เนื่องจากให้ความคมชัดได้ดีหลักกการทำงานจะอาศัยแสงเลเซอร์ยิงลงไปบนกระดาษ คล้ายกับการทำงานของเครื่องถ่าย เอกสาร แต่มีข้อเสียคือไม่สามารถพิมพ์เอกสารที่เป็นแบบสำเนาได้

นายอนันต์สิทธิ์ พอกเพียร ข่าว


โลกแคบเกินไปสำหรับธุรกิจ'กูเกิล'
บนโลกใบนี้คงจะมีคนน้อยมากที่ไม่รู้จักชื่อ 'กูเกิล' อีกทั้ง ธุรกิจของกูเกิลก็ยังขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง
                 ธุรกิจ ของกูเกิลก็ยังขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะรุกเข้าสู่ตลาดโทรศัพท์มือถือด้วยการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ "แอนดรอยด์" สำหรับสมาร์ทโฟน ที่ปัจจุบันพัฒนามาถึงเวอร์ชั่น 4 ที่หลายต่อหลายคนตั้งตารอคอยการมาถึงของโทรศัพท์ที่ใช้โอเอสรุ่นนี้ กูเกิลยังได้ทุ่มเงินซื้อกิจการผลิตโทรศัพท์มือถือของโมโตโรล่าเพื่อใช้สิทธิ์เหนือสิทธิบัตรของโมโตโรล่าที่มีอยู่อย่างมากมายและทับไลน์กับแนวทางการขยายธุรกิจของกูเกิล
 ของกูเกิลก็ยังขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะรุกเข้าสู่ตลาดโทรศัพท์มือถือด้วยการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ "แอนดรอยด์" สำหรับสมาร์ทโฟน ที่ปัจจุบันพัฒนามาถึงเวอร์ชั่น 4 ที่หลายต่อหลายคนตั้งตารอคอยการมาถึงของโทรศัพท์ที่ใช้โอเอสรุ่นนี้ กูเกิลยังได้ทุ่มเงินซื้อกิจการผลิตโทรศัพท์มือถือของโมโตโรล่าเพื่อใช้สิทธิ์เหนือสิทธิบัตรของโมโตโรล่าที่มีอยู่อย่างมากมายและทับไลน์กับแนวทางการขยายธุรกิจของกูเกิล
             แต่ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าพื้นแผ่นดินและโลกไซเบอร์บนโลกราหูใบนี้จะแคบเกินไปสำหรับการขยายตัวทางธุรกิจของกูเกิล ที่ล่าสุดนายแลรี่ เพจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) และนายอีริค ชมิดท์ ประธานกรรมการบริหารกูเกิล อิงค์ ได้ร่วมลงขันกับนายเจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับภาพยนตร์ "ไททานิค" และ "อวตาร" เปิดบริษัทแพลเนทารี รีซอร์สเซส อิงค์ โดยวางจุดประสงค์ของบริษัทไว้ที่ "การสำรวจอวกาศและค้นหาทรัพยากรธรรมชาติ"
             พูดง่ายๆ ก็คือกูเกิล และนายคาเมรอนกำลังวางแผนการลงทุนทำเหมืองในอวกาศ ด้วยเงินลงทุนมหาศาลกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐตามการประเมินขององค์การการบินและอวกาศแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ "นาซา"
             ในความเป็นจริงนักวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ทั่วโลกต่างรู้ดีว่าในอวกาศที่เวิ้งว้างนั้น ยังมีแหล่งทรัพยากรที่รอการค้นพบและนำมาใช้ประโยชน์อีกมาก จากการศึกษาอุกกาบาตที่หล่นจากท้องฟ้าลงมายังพื้นโลก และพบแร่เหล็กนิกเกิล และทองคำ รวมทั้งแร่ธาตุอื่นๆ ที่มนุษย์รู้จักและไม่รู้จักอีกจำนวนหนึ่ง แต่การทำเหมืองในอวกาศนั้นเหมือนเป็นความฝันของมนุษยชาติในช่วงที่ผ่านมา เพราะไม่มีเทคโนโลยียานขนส่ง และอุปกรณ์สำรวจแร่ในอวกาศ รวมทั้งไม่มีนักลงทุนที่ "กล้า" พอที่จะลงทุนกับความฝันเช่นนี้
             แพลเนทารี รีซอร์สเซส เปิดเผยกระบวนการทำเหมืองในอวกาศอย่างคร่าวๆ ไว้ว่า จะใช้ยานอวกาศที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการขับเคลื่อน "ดึง" เอาดาวเคราะห์น้อย หรืออุกกาบาต ที่มีแหล่งแร่อยู่เป็นจำนวนมาก เข้ามาในวงโคจรของดวงจันทร์ ก่อนที่จะส่งยานอวกาศนำนักสำรวจหรือหุ่นยนต์สำรวจและทำเหมืองขึ้นไปยังดาวเคราะห์น้อยดวงนั้น และขุดเจาะนำแร่ขึ้นยานขนส่งกลับสู่โลก
             นาซาประเมินค่าใช้จ่ายเหนาะๆ สำหรับการดึงดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กน้ำหนัก 500 ตันเข้าใกล้โลกอยู่ที่ 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.8 หมื่นล้านบาท) ไม่รวมอุปกรณ์การทำเหมืองและการขนส่งอุปกรณ์ หรือแร่ที่ได้กลับสู่โลก
             อย่างไรก็ตามผู้บริหารของกูเกิลยืนยันว่าถ้าโครงการดังกล่าวที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นภายในทศวรรษนี้เป็นจริงขึ้นมาจะทำให้เศรษฐกิจโลกเติบโตขึ้นถึง 3 เท่าตัวจากปัจจุบัน ชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรโลกจะดีขึ้นตามไปด้วย จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และทรัพยากรแร่ธาตุที่มีอย่างอุดมสมบูรณ์ซึ่งนำมาจากนอกโลก
             นี่คงเรียกได้ว่า "ความฝันที่ยิ่งใหญ่" ของผู้กุมบังเหียนกูเกิล และผู้กำกับภาพยนตร์ที่เคยสะท้อนความฝันเกี่ยวกับการทำเหมืองในอวกาศในภาพยนตร์เรื่อง "อวตาร" มาอย่างชัดเจน
             ขอเพียงแค่อย่าบุกไปบนดาวเคราะห์น้อยแล้วต้องทำสงครามกับชนเผ่า "นาวี" อย่างในภาพยนตร์อีกเลย

แหล่งที่มา....https://www.google.co.th/search?q=ข่าวเศรษฐกิจเทคโนโลยี

นายอนันต์สิทธิ์ พอกเพียร พระราชพระราชบัญญัติการใช้คอมฯ


พระราชบัญญัติการใช้คอมพิวเตอร์
https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjuFrXYW9P-351R6s89XsriGw0CydNNIkwhzBMl4MaKnNQaiWgBg8Y81hnq2ybKBmucAMNRYa7jqmDU6mKVYLb4jJ84S7gk7Rjtmc9iz_kEvzs_Bdbx8g-zLBww9gkEWf3PRnxhHcTPfhsw/s200/Clip.jpg
พระราชบัญญัติ
ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
พ.ศ. ๒๕๕๐
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
------------------------------------------------------------------
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
             พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ
ให้ประกาศว่า
            โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
             มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐”
             มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
             มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
            “ระบบคอมพิวเตอร์” หมายความว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ
           “ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
           “ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลาชนิดของบริการ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์นั้น
           “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า
           (๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดย
ประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือในนามหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
           (๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
           “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม
           “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
           “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
           มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
หมวด ๑
--------------------------
ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
           มาตรา ๕ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึง
โดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
           มาตรา ๖ ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
           มาตรา ๗ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
           มาตรา ๘ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
           มาตรา ๙ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ         
          มาตรา ๑๐ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
          มาตรา ๑๑ ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
           มาตรา ๑๒ ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐
          (๑) ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นในทันทีหรือในภายหลังและไม่ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันหรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
          (๒) เป็นการกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือการบริการสาธารณะ หรือเป็นการกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
           ถ้าการกระทำความผิดตาม (๒) เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี
           มาตรา ๑๓ ผู้ใดจำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
          มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
         (๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
         (๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
         (๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
         (๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
         (๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)
           มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๔
           มาตรา ๑๖ ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูล
คอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อเติม
หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
           ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยสุจริต ผู้กระทำไม่มีความผิด
           ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้
           ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย
          มาตรา ๑๗ ผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้นอกราชอาณาจักรและ
          (๑) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้นหรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ
          (๒) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหายและผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษจะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร
หมวด ๒
พนักงานเจ้าหน้าที่
----------------------
        มาตรา ๑๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙ เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนและสอบสวนในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ เฉพาะที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดและหาตัวผู้กระทำความผิด
        (๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้มาเพื่อให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งเอกสาร ข้อมูล หรือหลักฐานอื่นใดที่อยู่ในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้
        (๒) เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากผู้ให้บริการเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือจากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง
        (๓) สั่งให้ผู้ให้บริการส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการที่ต้องเก็บตามมาตรา ๒๖ หรือที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมของผู้ให้บริการให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
        (๔) ทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ จากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์นั้นยังมิได้อยู่ในความครอบครองของพนักงานเจ้าหน้าที่
        (๕) สั่งให้บุคคลซึ่งครอบครองหรือควบคุมข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ ส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดังกล่าวให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
        (๖) ตรวจสอบหรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด อันเป็นหลักฐานหรืออาจใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดและสั่งให้บุคคลนั้นส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นให้ด้วยก็ได้
        (๗) ถอดรหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด หรือสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทำการถอดรหัสลับ หรือให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการถอดรหัสลับดังกล่าว
       (๘) ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็นเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียดแห่งความผิดและผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
          มาตรา ๑๙ การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ(๘) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามคำร้อง ทั้งนี้ คำร้องต้องระบุเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดกระทำหรือกำลังจะกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เหตุที่ต้องใช้อำนาจ ลักษณะของการกระทำความผิด รายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดและผู้กระทำความผิด เท่าที่สามารถจะระบุได้ ประกอบคำร้องด้วยในการพิจารณาคำร้องให้ศาลพิจารณาคำร้องดังกล่าวโดยเร็ว
         เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว ก่อนดำเนินการตามคำสั่งของศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำเนาบันทึกเหตุอันควรเชื่อที่ทำให้ต้องใช้อำนาจตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) มอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐาน แต่ถ้าไม่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ ณ ที่นั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งมอบสำเนาบันทึกนั้นให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองดังกล่าวในทันทีที่กระทำได้
          ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เป็นหัวหน้าในการดำเนินการตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ(๘) ส่งสำเนาบันทึกรายละเอียดการดำเนินการและเหตุผลแห่งการดำเนินการให้ศาลที่มีเขตอำนาจภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาลงมือดำเนินการ เพื่อเป็นหลักฐาน
           การทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา ๑๘ (๔) ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และต้องไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินกิจการของเจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นเกินความจำเป็น
           การยึดหรืออายัดตามมาตรา ๑๘ (๘) นอกจากจะต้องส่งมอบสำเนาหนังสือแสดงการยึดหรืออายัดมอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐานแล้วพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งยึดหรืออายัดไว้เกินสามสิบวันมิได้ ในกรณีจำเป็นที่ต้องยึดหรืออายัดไว้นานกว่านั้น ให้ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอขยายเวลายึดหรืออายัดได้ แต่ศาลจะอนุญาตให้ขยายเวลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งรวมกันได้อีกไม่เกินหกสิบวัน เมื่อหมดความจำเป็นที่จะยึดหรืออายัดหรือครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องส่งคืนระบบคอมพิวเตอร์ที่ยึดหรือถอนการอายัดโดยพลัน
           หนังสือแสดงการยึดหรืออายัดตามวรรคห้าให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
           มาตรา ๒๐ ในกรณีที่การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการทำให้แพร่หลาย ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามที่กำหนดไว้ในภาคสองลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือที่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้องพร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้
            ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการระงับการทำให้แพร่หลายนั้นเอง หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นก็ได้
             มาตรา ๒๑ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พบว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดมีชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์รวมอยู่ด้วย พนักงานเจ้าหน้าที่อาจยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอให้มีคำสั่งห้ามจำหน่ายหรือเผยแพร่ หรือสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นระงับการใช้ ทำลายหรือแก้ไขข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขในการใช้ มีไว้ในครอบครอง หรือเผยแพร่ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ดังกล่าวก็ได้
             ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ตามวรรคหนึ่งหมายถึงชุดคำสั่งที่มีผลทำให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์หรือชุดคำสั่งอื่นเกิดความเสียหาย ถูกทำลาย ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมขัดข้อง หรือปฏิบัติงานไม่ตรงตามคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือโดยประการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงทั้งนี้ เว้นแต่เป็นชุดคำสั่งที่มุ่งหมายในการป้องกันหรือแก้ไขชุดคำสั่งดังกล่าวข้างต้น ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
             มาตรา ๒๒ ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่เปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ ให้แก่บุคคลใด
             ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการกระทำเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับพนักงาน เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ หรือเป็นการกระทำตามคำสั่งหรือที่ได้รับอนุญาตจากศาล
             พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนวรรคหนึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน
หกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
             มาตรา ๒๓ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์
ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษจำคุก
ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
             มาตรา ๒๔ ผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลของ
ผู้ใช้บริการ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ และเปิดเผยข้อมูลนั้นต่อผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
             มาตรา ๒๕ ข้อมูล ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่
ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อ้างและรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยานได้ แต่ต้องเป็นชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการจูงใจมีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบประการอื่น
            มาตรา ๒๖ ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน
นับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการ
ผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย
และเฉพาะคราวก็ได้
            ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการ
นับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง
            ความในวรรคหนึ่งจะใช้กับผู้ให้บริการประเภทใด อย่างไร และเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรี
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
            ผู้ให้บริการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท
            มาตรา ๒๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งตามมาตรา ๑๘
หรือมาตรา ๒๐ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาทและปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
            มาตรา ๒๘ การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้
และความชำนาญเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกำหนด
            มาตรา ๒๙ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงาน
ฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจรับคำร้องทุกข์
หรือรับคำกล่าวโทษ และมีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนเฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
            ในการจับ ควบคุม ค้น การทำสำนวนสอบสวนและดำเนินคดีผู้กระทำความผิดตาม
พระราชบัญญัตินี้ บรรดาที่เป็นอำนาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือพนักงาน
สอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประสานงานกับพนักงาน
สอบสวนผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
            ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐมนตรีมีอำนาจร่วมกัน
กำหนดระเบียบเกี่ยวกับแนวทางและวิธีปฏิบัติในการดำเนินการตามวรรคสอง
             มาตรา ๓๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคล
ซึ่งเกี่ยวข้อง
             
             บัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
      พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
               นายกรัฐมนตรี


             หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ได้เป็นส่วนสำคัญของการประกอบกิจการและการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากมีผู้กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานตามคำสั่งที่กำหนดไว้หรือทำให้การทำงานผิดพลาดไปจากคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือใช้วิธีการใด ๆ เข้าล่วงรู้ข้อมูล แก้ไข หรือทำลายข้อมูลของบุคคลอื่นในระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือมีลักษณะอันลามกอนาจาร ย่อมก่อให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน สมควรกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้